• นาริตะ – คาวาโกเอะ – ตรอกขนมหวาน  – ทะเลสาบคาวากุจิ – เจดีย์แดงชูเรโตะ – Maple Corridor
  • นั่งกระเช้าคาจิคาจิ – Gotemba outlet – หุบเขานรก โอวาคุดานิ – วัดอาซากุสะ – Jingu Gaien Ginkgo Avenue
  • ศาลเจ้าเมจิ – ช้อปปิ้งชินจูกุ
ทัวร์ญี่ปุ่น
รหัส 071-1830
วันที่เดินทาง
พ.ย.65
ช่วงเวลา
5 วัน 3 คืน
ราคาเริ่มต้น
33,999 บาท
แผนการเดินทาง
วันที่ 1
กรุงเทพฯ

20.00        คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

23.50        ออกเดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ XJ600

>>>บริการอาหารร้อนบนเครื่อง<<<

วันที่ 2
นาริตะ - คาวาโกเอะ - ตรอกขนมหวาน - ทะเลสาบคาวากุจิ - เจดีย์ชูเรโตะ - อุโมงค์เมเปิ้ล

08.00        เดินทางถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2 ชั่วโมง โปรดปรับเวลาในนาฬิกาของท่านให้เป็นเวลาท้องถิ่น)

***สำคัญมาก!! ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและจับ

ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ เวลานั้น และประกาศจากรัฐบาลญี่ปุ่น

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ เดินเล่นชมเมือง หาของกินเล่นที่ เมืองคาวาโกเอะ ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่าโคะเอโดะ คาวาโกเอะ หรือ “เอโดะน้อย” สาเหตุหนึ่งที่ขนานนามเช่นนี้ก็เพราะที่นี่อนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างในสมัยเอโดะไว้เป็นอย่างดี เยี่ยมเยียนย่านโกดังเก่าที่ไม่เหมือนใครและสัมผัสบรรยากาศเอโดะดั้งเดิมอีกครั้ง คาวาโกเอะมีโกดังดินเหนียวเก่าและบ้านพ่อค้าซึ่งเรียกว่าคุระซุคุริ บนถนนเก่าสายหลักยังคงมีลูกกวาดและขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นสมัยเมจิจำหน่าย คาวาโกเอะปรากฏอยู่ในละครโทรทัศน์ในประเทศสุดฮิตหลายเรื่อง ทำให้ที่โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น บนถนนคุระซุคุริของคาวาโกเอะมีโกดังตั้งเรียงรายเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ตึกเก่า ๆ เหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างออกไปราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เพราะโครงสร้างไม้เหล่านี้แตกต่างจากสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่อย่างมาก ในช่วงยุคเอโดะ คุระหรือโกดังจะถูกสร้างขึ้นด้วยไม้แล้วฉาบผนังด้วยดินเหนียว ปัจจุบัน โกดังส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนเป็นร้านค้าและร้านอาหารแล้ว แต่ภายในยังคงให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นยุคก่อนเหมือนเดิม โกดังหลังหนึ่งถูกทำเป็นพิพิธภัณฑ์คุระซุคุริ ซึ่งมีการจำลองภายในของโกดังสมัยก่อน ให้คุณได้เข้าใจถึงชีวิตประจำวันในสมัยเอโดะ จุดสังเกตที่เด่นที่สุดในย่านโกดังคือหอระฆัง โดยสัญลักษณ์ของเมืองนี้จะส่งเสียงวันละสี่เวลา อีกที่หนึ่งที่ควรไปชมก็คือแคนดี้อัลเลย์ หรือตรอกลูกกวาด ถนนแคบๆ ที่มีร้านขายลูกอมญี่ปุ่นเก่าแก่ตั้งอยู่ถึง 20 ร้าน

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นำท่านเดินทางสู่ สวนสาธารณะอาราคุรายามะเซ็นเก็น ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจดีย์ชูเรโตะ เจดีย์  5 ชั้นชื่อดัง เจดีย์ชูเรโตะเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าอาราคุระเซนเงน (Arakura Sengen Shrine) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1963 ในฐานะอนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพ โดยตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ที่ทางขึ้นเนินเขาขนาดย่อม ส่วนตัวเจดีย์ 5 ชั้นนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 400 ขั้น และต้องเดินต่อไปอีกเล็กน้อยจึงจะถึงจุดถ่ายรูปยอดนิยม

เที่ยวชมอุโมงค์เมเปิ้ล (Maple corridor, Momiji Kairo) ทางเดินสายต้นเมเปิล หรือมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Maple Corridor ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบคาวากุจิโกะ เลียบแม่น้ำสายเก่า Nashikawa เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยสุดโรแมนติกแห่งหนึ่งในแถบภูเขาฟูจิ โดยช่วงที่งดงามที่สุดจะเป็นปลายฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้ร่วงหล่นลงมากองตามทางแม่น้ำปกคลุมจนกลายเป็นสีส้มแดงไปทั่วทั้งบริเวณ และในช่วงกลางคืนจะมีการประดับไฟให้ได้ชมกันอีกด้วย โดยตลอดช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะมีงานเทศกาล Momiji Fall Festival โดยเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาล Fuji Kawaguchiko Autumn Leaves Festival โดยงานจะจัดช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม พิเศษ! เมนูซิกเนเจอร์ขาปูยักษ์

ที่พัก Fuji Onsen Hotel หรือเทียบเท่า
ดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นของคนญี่ปุ่น

วันที่ 3
นั่งกระเช้าคาจิคาจิ - Gotemba outlet - หุบเขานรกโอวาคุดานิ - โตเกียว

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังรับประทานอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ กระเช้าคาจิคาจิภูเขาเทนโจ (Kachi Kachi Ropeway) ระยะทาง 400 เมตร เชื่อมต่อชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบคาวากูจิโกะ กับดาดฟ้าชมวิวใกล้ยอดภูเขาเทนโจ (Mount Tenjo) สูงประมาณ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่มีทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบด้านล่างรวมกับภูเขาไฟฟูจิ

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

นำท่านเดินทางสู่ Gotemba premium outlet เอ้าท์เลตแห่งนี้จะมีบรรยากาศแบบเอ้าท์ดอร์ ภายในมีร้านค้ากว่า 200 ร้าน และศูนย์อาหาร รวมถึงชิงช้าสวรรค์ที่สูง 50 เมตรที่ทำให้เราสามารถชมวิวมุมสูงกันได้แบบเพลินๆ จิรงๆแม้จะบอกว่าพอจะมีสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นแต่ที่นี่ส่วนมากจะเน้นไปที่แบรนด์ต่างประเทศมากกว่า โดยร้านค้าต่างๆล้วนเป็นของพรีเมี่ยมแบรนด์จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น อุปกรณ์กีฬา เครื่องใช้ในครัวเรือน และสินค้าอิเลกทรอนิกส์ แบรนด์ก็จะมีทั้ง Abercrombie & Fitch ,Adidas, Alexander McQueen, Alexander Wang, Anna Sui, Balenciaga, Birkenstock, Burberry, Bvlgari, Cath Kidston, Celine, Columbia Sportswear, Diesel,G-Shock, Gucci, Issey Miyake, Kate Spade New York, Lacoste, Levi’s, Marc Jacobs, Nike, Oakley, Paul Smith, Ralph Lauren, Ray-Ban, Saint Laurent และอื่นๆอีกมากมาย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขาโอวาคุดานิ (Owakudani) ตั้งอยู่ที่เมืองฮาโกเน่ในจังหวัดคานากาว่า ลองลิ้มรสไข่ดำแห่งหุบเขาโอวาคุดานิ โดยไข่ดำนี้มาจากน้ำพุร้อนธรรมชาติ ด้านนอกของเปลือกไข่จะเป็นสีดำเนื่องจากถูกแร่กำมะถัน มีความเชื่อว่าเมื่อทานไข่ดำ 1 ลูก จะมีอายุยืนขึ้น 7 ปี หุบเขาโอวาคุดานินั้นเกิดขึ้นมาจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่เมื่อประมาณ 3000 ที่แล้ว ปัจจุบันก็ยังคงเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ จึงทำให้มีบ่อน้ำร้อนและถ้ากำมะถันหลงเหลืออยู่ ในวันที่อากาศดีท่านจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิจากที่นี่ได้ด้วย

เดินทางสู่ กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

ที่พัก Tokyo Hotel  หรือเทียบเท่า

วันที่ 4
วัดอาซากุสะ - Jingu Gaien Ginkgo Avenue - ศาลเจ้าเมจิ - ช้อปปิ้งชินจูกุ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ วัดเซนโซจิ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ วัดอาซากุสะ เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดวัดหนึ่งของเมืองโตเกียว โดยจะมีถนนนากามิเสะ ที่เป็นถนนยาวเข้าสู่พื้นที่ภายในวัดที่จะเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย โดยสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือ โคมสีแดงอันใหญ่ยักษ์ตรงประตูคามินาริมงจึงมีอีกชื่อเรียกว่า วัดโคมแดง ด้วยนั่นเอง วัดอาซากุสะขึ้นชื่อว่าเก่าแก่มากที่สุดของเมืองโตเกียว ถูกสร้างขึ้นเสร็จเมื่อประมาณปี ค.ศ. 645 ตามตำนานเล่าว่าเมื่อประมาณปี 628 สองพี่น้องได้ออกเรือไปตกปลา และตกรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมได้ที่แม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) และแม้ว่าพวกเขาจะพยายามทิ้งรูปปั้นกลับลงสู่แม่น้ำเท่าไหร่ก็ตาม รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมก็จะกลับมาหาพวกเขาอยู่เสมอ จึงได้มีการสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม และกลายมาเป็นวัดที่ฮอตฮอตอันดับหนึ่งของเมืองโตเกียวอย่างในปัจจุบันนี่เอง

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร

Jingu Gaien Ginkgo Avenue ถนนสายแปะก๊วยสีเหลืองอร่ามที่อวดโฉมเป็นทิวแถวเรียงราย ต้นแปะก๊วยกว่า 146 บริเวณรอบสวนสาธารณะเมจิจินกู ที่เรียงรายสองข้างทาง จะเผยสีเหลืองอร่ามเมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ต้นไม้ว่าสวย ยิ่งเวลาใบร่วงลงมาแล้วย้อมทางเดินให้เป็นสีทอง การเรียงรายของต้นไม้ก็ทำให้ดูคล้ายอุโมงค์แสนอร่าม ระยะเวลาตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าแบบชินโต ซึ่งมีความเชื่อว่าจักรพรรดิเป็นประมุขของศาสนา สืบสายเลือดมาจากเทพ การสร้างศาลเจ้าก็เพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และ พระราชินีโชเคง (Empress Shōken) ที่ตั้งของศาลเจ้าฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ในย่านฮาราจุคุ แต่พระศพของจักรพรรดิไม่ได้อยู่ที่ศาลเจ้านี้ กลับอยู่ที่เมืองเกียวโต ศาลเจ้าเมจิสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1915 ภายหลังที่จักรพรรดิเมจิ ได้เสียชีวิตลง การสร้างศาลเจ้าแห่งนี้เป็นงานยิ่งใหญ่ระดับชาติ มีการออกแบบ และ สร้างโดยนักออกแบบชั้นนำ และ ช่างฝีมือ ชาวญี่ปุ่นได้มีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าเมจิ ด้วยการบริจาคต้นไม้เพื่อปลูกเป็นป่ารอบๆ ศาลเจ้า มีต้นไม้ถูกส่งมาจากทั่วญี่ปุ่นถึง 100,000 ต้น มากเพียงพอที่จะทำให้เป็นป่ากลางเมือง บนพื้นที่ 170 เอเคอร์ (ประมาณ 430.1 ไร่) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกา มีผลทำให้ศาลเจ้าได้รับความเสียหาย หลังจากสงครามเสร็จสิ้นจึงมีการสร้างขึ้นใหม่ และเสร็จในปี ค.ศ. 1958 ศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากในประเทศญี่ปุ่น มักจะมีการจัดงานแต่งงานที่นี่อยู่บ่อยๆ ในวันปีใหม่จะมีชาวญี่ปุ่น และ นักท่องเที่ยวมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ถึง 3 ล้านคน คนญี่ปุ่นจะไม่นิยมการ Countdown หรือเฉลิมฉลอง แต่จะนิยมเข้าวัดหรือศาลเจ้าในช่วงวันสุดท้ายของปี หรือวันขึ้นปีใหม่ บุคคลสำคัญที่มาเยือนศาลเจ้านี้ได้แก่ประธานาธิปดี George W. Bush, Hillary Clinton และรัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมัน Guido Westerwelle

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ชินจูกุ ย่านช้อปปิ้ง ของกิน ที่เที่ยว ที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น อิสระเดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

อิสระรับประทานอาหารเย็น เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน

ที่พัก Narita Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่ 5
โรงแรม - สนามบินนาริตะ - กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนาริตะ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

09.15 น.      ออกเดินทางจากสนามบินนาริตะ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ XJ601

>>>บริการอาหารร้อนบนเครื่อง<<<

14.00 น.      เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

หมายเหตุ

  1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
  2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือไม่ใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 30 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 15 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
  4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่มิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
  5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศและเวลา ณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
  6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้าของสายการบิน เปลี่ยนแปลงตารางบิน การบริการของสายการบิน และเหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
  7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ฯลฯ
โปรแกรมทัวร์ที่น่าสนใจ
  • ส.ค.65 - ก.ย.65
  • 5 วัน 3 คืน
เริ่มต้น 58,900 บาท
  • มิ.ย.65 - ก.ย.65
  • 5 วัน 3 คืน
เริ่มต้น 29,900 บาท
  • มิ.ย.65 - ต.ค.65
  • 10 วัน 7 คืน
เริ่มต้น 99,900 บาท